ลักษณะงานพื้นบ้านและภาระน้ำหนักที่ต้องรับ ก่อนเลือกคอนกรีต ต้องเข้าใจก่อนว่างานพื้นบ้านมีลักษณะการรับน้ำหนักแตกต่างกัน เช่น
- น้ำหนักโครงสร้างพื้นเอง
- น้ำหนักผู้อยู่อาศัยและเฟอร์นิเจอร์
- น้ำหนักรถยนต์ (กรณีพื้นโรงจอดรถ)
- การใช้งานซ้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ดังนั้น คอนกรีตที่ใช้ต้องมี กำลังอัดเพียงพอ และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการเทพื้นโดยเฉพาะ
ประเภทคอนกรีตที่เหมาะกับงานพื้นบ้าน
1. Normal Concrete (คอนกรีตทั่วไป) เป็นคอนกรีตที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับงานพื้นบ้าน เช่น
- พื้นบ้านพักอาศัย
- พื้นชั้นล่าง / พื้นชั้นบน
- พื้นระเบียง พื้นซักล้าง
มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานโครงสร้างทั่วไป เทง่าย และควบคุมคุณภาพได้ดี
2. Pumping Concrete (กรณีต้องปั๊มปูน) หากงานพื้นอยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก หรือเป็นพื้นชั้นบนที่ต้องเทผ่านเครื่องปั๊ม ควรเลือกคอนกรีตสำหรับงานปั๊มโดยเฉพาะ เพื่อให้คอนกรีตไหลตัวดี ไม่อุดตัน และได้ผิวงานสม่ำเสมอ
กำลังอัดคอนกรีตที่เหมาะสมสำหรับงานพื้นบ้าน
🔹 กำลังอัด 180 ksc เหมาะสำหรับ
- พื้นบ้านทั่วไปที่รับน้ำหนักไม่มาก
- พื้นทางเดิน พื้นซักล้าง
- พื้นชั้นบนที่ไม่มีการใช้งานหนัก
เป็นกำลังอัดพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป
🔹 กำลังอัด 210 ksc (แนะนำ) เหมาะสำหรับ
- พื้นบ้านพักอาศัยมาตรฐาน
- พื้นชั้นล่าง
- พื้นระเบียง
ให้ความแข็งแรงมากขึ้น ลดโอกาสการแตกร้าว และรองรับการใช้งานระยะยาวได้ดีกว่า
🔹 กำลังอัด 240 ksc (งานหนัก) เหมาะสำหรับ
- พื้นโรงจอดรถ
- พื้นที่มีรถยนต์ขึ้นลง
- พื้นที่รับน้ำหนักสูงเป็นพิเศษ
ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกดและแรงกระแทก
ปัจจัยอื่นที่ควรคำนึงถึงในการเทพื้นบ้าน
- ความหนาของพื้น (โดยทั่วไป 8–10 ซม.)
- การวางเหล็กเสริม เพื่อควบคุมการแตกร้าว
- การบ่มคอนกรีต อย่างเหมาะสมหลังเท
- การเลือก Slump ให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผิวงานเรียบและแน่น
การเลือกคอนกรีตที่ถูกต้องควบคู่กับขั้นตอนการก่อสร้างที่เหมาะสม จะช่วยให้พื้นบ้านแข็งแรงและใช้งานได้นานหลายสิบปี

สรุป
งานพื้นบ้านควรเลือกใช้ คอนกรีตทั่วไป (Normal Concrete) หรือ คอนกรีตสำหรับงานปั๊ม ตามลักษณะหน้างาน โดยกำลังอัดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 180–210 ksc สำหรับงานทั่วไป และ 240 ksc สำหรับพื้นโรงจอดรถหรือพื้นที่รับน้ำหนักสูง การเลือกคอนกรีตให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่เพียงช่วยลดปัญหาในอนาคต แต่ยังช่วยควบคุมต้นทุนและยืดอายุการใช้งานของบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ