ใบส่งคอนกรีตต้องดูอะไรบ้าง? 10 จุดสำคัญก่อนรับปูนเข้าหน้างาน

เมื่อรถโม่คอนกรีตมาถึงหน้างาน หลายคนให้ความสนใจกับคำถามว่า “ปูนมาถึงแล้ว เทได้เลยไหม?” แต่ก่อนเริ่มเทคอนกรีต สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ใบส่งคอนกรีต (Concrete Delivery Ticket)
ใบส่งคอนกรีต

เมื่อรถโม่คอนกรีตมาถึงหน้างาน หลายคนให้ความสนใจกับคำถามว่า “ปูนมาถึงแล้ว เทได้เลยไหม?” แต่ก่อนเริ่มเทคอนกรีต สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ใบส่งคอนกรีต (Concrete Delivery Ticket)

ใบส่งคอนกรีตเป็นเอกสารที่ใช้ระบุข้อมูลสำคัญของคอนกรีตแต่ละเที่ยว ตั้งแต่หมายเลขรถ ปริมาณคอนกรีต กำลังอัด ประเภทคอนกรีต ค่า Slump เวลาออกจากโรงงาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง

ดังนั้น ก่อนรับคอนกรีตเข้าหน้างาน ควรตรวจสอบข้อมูลบนใบส่งคอนกรีตให้ตรงกับใบสั่ง แบบก่อสร้าง และข้อกำหนดของโครงการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรับคอนกรีตผิดสเปกหรือผิดปริมาณ

ใบส่งคอนกรีตคืออะไร?

ใบส่งคอนกรีต (Concrete Delivery Ticket) คือเอกสารที่ติดมากับรถโม่คอนกรีตเพื่อแสดงรายละเอียดของคอนกรีตที่ถูกผลิตและจัดส่งมายังหน้างานในเที่ยวดังกล่าว

ข้อมูลบนใบส่งอาจแตกต่างกันตามระบบของแต่ละโรงงาน แต่โดยทั่วไปจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น

  • วันที่และเวลาจัดส่ง
  • หมายเลขใบส่ง
  • หมายเลขรถโม่
  • ชื่อลูกค้าหรือโครงการ
  • สถานที่จัดส่ง
  • ปริมาณคอนกรีต
  • กำลังอัดที่สั่ง
  • ประเภทคอนกรีต
  • ค่า Slump หรือค่าการยุบตัว
  • เวลาออกจากโรงงาน
  • รายละเอียดส่วนผสมหรือสารผสมเพิ่มตามข้อกำหนด
  • ข้อมูลโรงงานผู้ผลิต

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ควบคุมงานสามารถตรวจสอบได้ว่า คอนกรีตที่มาถึงหน้างานเป็นคอนกรีตที่สั่งไว้หรือไม่


ทำไมต้องตรวจใบส่งคอนกรีตก่อนเท?

การตรวจใบส่งคอนกรีตใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้มาก

ตัวอย่างเช่น หากหน้างานสั่งคอนกรีต 240 KSC แต่รถโม่ที่มาถึงเป็นคอนกรีต 210 KSC แล้วนำไปเทโดยไม่ตรวจสอบ อาจเกิดปัญหาเรื่องกำลังอัดไม่ตรงตามแบบหรือข้อกำหนดของงาน

TQC Concrete อธิบายว่าการสั่งคอนกรีตผิดสเปกอาจเกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบ เช่น กำลังอัด ประเภทคอนกรีต ค่า Slump และคุณสมบัติพิเศษของคอนกรีต ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลก่อนเทจึงเป็นขั้นตอนสำคัญของการควบคุมคุณภาพ


10 จุดที่ต้องดูบนใบส่งคอนกรีต

1. ตรวจสอบชื่อโครงการและสถานที่จัดส่ง

อันดับแรกควรตรวจสอบว่าใบส่งคอนกรีตเป็นของ โครงการและพื้นที่ก่อสร้างที่ถูกต้อง

โดยเฉพาะกรณีที่โรงงานมีรถโม่หลายคันและจัดส่งให้หลายโครงการในเวลาใกล้เคียงกัน

ควรเช็กว่า

  • ชื่อลูกค้าถูกต้อง
  • ชื่อโครงการถูกต้อง
  • สถานที่จัดส่งถูกต้อง
  • เที่ยวรถตรงกับงานที่กำลังเตรียมเท

หากข้อมูลไม่ตรง ควรสอบถามโรงงานก่อนนำคอนกรีตไปใช้งาน


2. ตรวจสอบวันที่และเวลาที่ผลิตหรือออกจากโรงงาน

เวลา เป็นข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบบนใบส่งคอนกรีต

เพราะคอนกรีตผสมเสร็จไม่ได้ถูกออกแบบให้รออยู่ในรถโม่เป็นเวลานานโดยไม่มีข้อจำกัด การขนส่งและการนำไปเทจึงต้องมีการวางแผนให้เหมาะสมกับสภาพหน้างาน

เมื่อรถมาถึง ควรดูว่า

  • รถออกจากโรงงานเวลาใด
  • มาถึงหน้างานเวลาใด
  • ใช้เวลาเดินทางนานผิดปกติหรือไม่
  • มีการรอคิวก่อนเทหรือไม่

หากพบว่ารถใช้เวลาเดินทางหรือรอหน้างานนานกว่าที่คาด ควรแจ้งผู้ควบคุมงานและประสานงานกับโรงงานก่อนตัดสินใจใช้งาน


3. ตรวจสอบกำลังอัดคอนกรีต หรือ KSC

หนึ่งในข้อมูลที่สำคัญที่สุดบนใบส่งคอนกรีตคือ กำลังอัดของคอนกรีต

ตัวอย่างเช่น

  • 180 KSC
  • 210 KSC
  • 240 KSC
  • 280 KSC

ค่าเหล่านี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับกำลังอัดที่กำหนดของคอนกรีตตามอายุอ้างอิงและข้อกำหนดของงาน

ก่อนเทควรตรวจสอบว่า KSC บนใบส่งตรงกับแบบก่อสร้างหรือใบสั่งคอนกรีตหรือไม่

ไม่ควรเลือกคอนกรีตจากตัวเลข KSC ที่สูงกว่าแล้วคิดว่า “ใช้แทนกันได้เสมอ” เพราะการเลือกคอนกรีตต้องพิจารณาร่วมกับข้อกำหนดด้านอื่นของงานด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเรื่อง KSC เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความ [คอนกรีต 180 KSC, 210 KSC, 240 KSC ต่างกันยังไง?] เพิ่มเติมได้


4. ตรวจสอบประเภทของคอนกรีต

นอกจากกำลังอัดแล้ว ต้องตรวจสอบว่า ประเภทคอนกรีตตรงกับงานที่กำลังจะเทหรือไม่

คอนกรีตผสมเสร็จมีหลายประเภทและสามารถออกแบบให้เหมาะกับวิธีการก่อสร้างและสภาพการใช้งาน เช่น

  • Normal Concrete
  • Pumping Concrete
  • Bored Pile Concrete
  • Waterproof Concrete
  • High Strength Concrete
  • Sulphate Resisting Concrete

แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น หากเป็นงานเทด้วยรถปั๊ม คอนกรีตควรเป็นสูตรที่เหมาะกับการสูบผ่านระบบปั๊ม ไม่ควรดูเฉพาะค่า KSC อย่างเดียว

TQC Concrete มีบทความอธิบายประเภทของคอนกรีตผสมเสร็จและแนวทางเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานโดยเฉพาะ


5. ตรวจสอบปริมาณคอนกรีตในเที่ยวรถ

บนใบส่งคอนกรีตจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ปริมาณคอนกรีตที่จัดส่ง ซึ่งโดยทั่วไปใช้หน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร หรือ “คิว”

ตัวอย่างเช่น

ปริมาณ 5 ลูกบาศก์เมตร

หมายถึงรถเที่ยวดังกล่าวจัดส่งคอนกรีตตามปริมาณที่ระบุไว้ในใบส่ง

หน้างานควรตรวจสอบว่า

  • จำนวนคิวตรงกับที่สั่งหรือไม่
  • เป็นเที่ยวที่เท่าไร
  • รถคันนี้เป็นรถลำดับใด
  • ปริมาณสะสมตรงกับแผนการเทหรือไม่

การตรวจสอบจำนวนเที่ยวช่วยให้ผู้ควบคุมงานรู้ว่าคอนกรีตที่ส่งมาเพียงพอต่อพื้นที่ที่กำลังเทหรือไม่

หากต้องการคำนวณปริมาณคอนกรีตก่อนสั่ง สามารถใช้ [โปรแกรมคำนวณปูน TQC Concrete] เพื่อช่วยคำนวณปริมาณเบื้องต้นได้


6. ตรวจสอบค่า Slump

Slump คือค่าการยุบตัวของคอนกรีต ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดความข้นเหลวและความสามารถในการเทของคอนกรีต

ค่า Slump ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสูตรคอนกรีต วิธีการเท ลักษณะโครงสร้าง และข้อกำหนดของงาน

ดังนั้นไม่ควรคิดว่า

“Slump ยิ่งสูง ยิ่งดี”

เพราะคอนกรีตที่เหลวมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณภาพดีกว่าเสมอไป

สิ่งสำคัญคือ ค่า Slump ต้องตรงตามข้อกำหนดของคอนกรีตและวิธีการใช้งาน

หากหน้างานต้องการตรวจสอบค่า Slump ควรทำตามวิธีการทดสอบที่เหมาะสม และไม่ควรเติมน้ำลงในรถโม่เองโดยพลการ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ [Slump Test คืออะไร? ชักสลัมพ์ปูนทำไปทำไม?] ของ TQC Concrete


7. ตรวจสอบรายละเอียดพิเศษของคอนกรีต

คอนกรีตบางงานไม่ได้ต้องการเพียง KSC และ Slump เท่านั้น แต่อาจมีข้อกำหนดพิเศษ เช่น

  • คอนกรีตสำหรับงานปั๊ม
  • คอนกรีตกันซึม
  • คอนกรีตกำลังอัดสูง
  • สารผสมเพิ่ม
  • คุณสมบัติหน่วงการก่อตัว
  • คุณสมบัติที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมเฉพาะ

ดังนั้นหากในใบสั่งมีการระบุคุณสมบัติพิเศษ ควรตรวจสอบว่าใบส่งคอนกรีตระบุข้อมูลสอดคล้องกับคำสั่งซื้อหรือไม่


8. ตรวจสอบหมายเลขรถโม่

หมายเลขรถโม่เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการติดตามเที่ยวการจัดส่ง

ควรตรวจสอบว่า

รถที่มาถึงหน้างาน = รถที่ระบุในใบส่งคอนกรีต

ข้อมูลนี้ยังช่วยให้สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งได้ หากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคอนกรีตในภายหลัง

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีรถโม่เข้าหลายเที่ยว การบันทึกหมายเลขรถแต่ละเที่ยวจะช่วยให้การควบคุมงานเป็นระบบมากขึ้น


9. ตรวจสอบเลขที่ใบส่งคอนกรีต

เลขที่ใบส่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับอ้างอิงเอกสารแต่ละเที่ยว

ผู้ควบคุมงานควรเก็บข้อมูลหรือถ่ายภาพใบส่งไว้ เพื่อใช้ในการ

  • ตรวจสอบย้อนหลัง
  • บันทึกจำนวนคิว
  • ตรวจสอบลำดับรถ
  • จัดทำเอกสารควบคุมงาน
  • ประสานงานกับโรงงาน
  • ตรวจสอบกรณีเกิดปัญหา

สำหรับโครงการที่มีการทดสอบคอนกรีตหรือเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบกำลังอัด ควรบันทึกเลขที่ใบส่งให้สัมพันธ์กับตัวอย่างคอนกรีตแต่ละชุดด้วย


10. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ตรงกับใบสั่งและแบบก่อสร้าง

สุดท้ายไม่ควรดูข้อมูลเพียงช่องเดียว แต่ควรนำข้อมูลบนใบส่งคอนกรีตมาเปรียบเทียบกับ

ใบสั่งคอนกรีต + แบบก่อสร้าง + รายการประกอบแบบ + ข้อกำหนดของโครงการ

ตัวอย่างเช่น

รายการสิ่งที่ควรตรวจ
โครงการตรงกับหน้างาน
วันที่ตรงกับวันเท
เวลาตรวจสอบเวลาออกจากโรงงาน
KSCตรงกับแบบ/ใบสั่ง
ประเภทคอนกรีตตรงกับงาน
Slumpตรงตามข้อกำหนด
ปริมาณตรงตามจำนวนที่สั่ง
รถโม่ตรงกับใบส่ง
คุณสมบัติพิเศษตรงตามสเปก
เลขที่ใบส่งบันทึกไว้สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง

หากข้อมูลสำคัญไม่ตรงกัน ควรหยุดตรวจสอบก่อนเท แทนที่จะตัดสินใจใช้คอนกรีตไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขภายหลัง


ถ้าใบส่งคอนกรีตไม่ตรงกับที่สั่ง ควรทำอย่างไร?

หากตรวจพบว่าข้อมูลบนใบส่งไม่ตรงกับใบสั่ง ไม่ควรรีบนำคอนกรีตไปเททันที

ตัวอย่างปัญหาที่อาจพบ เช่น

  • สั่ง 240 KSC แต่ใบส่งระบุ 210 KSC
  • สั่ง Normal Concrete แต่ได้รับสูตรอื่น
  • ค่า Slump ไม่ตรงตามที่กำหนด
  • ปริมาณคอนกรีตไม่ตรงกับเที่ยวที่สั่ง
  • ชื่อโครงการหรือสถานที่จัดส่งไม่ถูกต้อง
  • มีการระบุคุณสมบัติพิเศษไม่ตรงกับใบสั่ง

แนวทางเบื้องต้นคือ

1. แยกรถคันดังกล่าวออกจากขั้นตอนการเท

หากยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล ไม่ควรรีบนำคอนกรีตไปเทในโครงสร้าง

2. แจ้งผู้ควบคุมงาน

ให้วิศวกร ผู้รับเหมา หรือผู้รับผิดชอบงานตรวจสอบข้อมูล

3. ติดต่อโรงงานคอนกรีต

แจ้งเลขที่ใบส่ง หมายเลขรถ และรายละเอียดที่ไม่ตรงกัน

4. ตรวจสอบเอกสารและสเปก

เปรียบเทียบใบส่งกับใบสั่งและแบบก่อสร้างอีกครั้ง

5. บันทึกเหตุการณ์

หากเป็นโครงการที่มีระบบ QC ควรบันทึกข้อมูลและการตัดสินใจไว้เป็นหลักฐาน


สามารถเติมน้ำลงในรถโม่ได้หรือไม่?

ไม่ควรเติมน้ำเองโดยไม่ได้รับการควบคุมหรืออนุมัติตามขั้นตอนของโครงการ

เพราะการเติมน้ำเพิ่มเข้าไปในคอนกรีตอาจทำให้สัดส่วน น้ำต่อวัสดุประสาน (Water-Cement Ratio) เปลี่ยนไป ซึ่งสามารถส่งผลต่อคุณสมบัติของคอนกรีต

หากคอนกรีตมีความข้นเหลวไม่ตรงตามที่ต้องการ ควรประสานกับผู้ผลิตหรือผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม


ใบส่งคอนกรีตเกี่ยวข้องกับการตรวจคุณภาพอย่างไร?

ใบส่งคอนกรีตเป็นเพียง หนึ่งส่วนของระบบควบคุมคุณภาพ ไม่สามารถใช้แทนการทดสอบคอนกรีตทั้งหมดได้

การตรวจคุณภาพคอนกรีตหน้างานอาจประกอบด้วย

  • ตรวจสอบสภาพคอนกรีต
  • ตรวจสอบค่า Slump
  • ตรวจสอบอุณหภูมิ ตามข้อกำหนด
  • เก็บตัวอย่างคอนกรีต
  • ทดสอบกำลังอัด
  • ตรวจสอบการแยกตัวของคอนกรีต
  • ตรวจสอบการเทและการจี้เขย่า
  • ตรวจสอบการบ่มหลังเท

TQC Concrete มีข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพคอนกรีตทั้งการตรวจเบื้องต้นหน้างานและการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม


Checklist ตรวจใบส่งคอนกรีตก่อนเท

สำหรับหน้างานที่ต้องการตรวจแบบรวดเร็ว สามารถใช้ Checklist นี้ได้

ก่อนเทคอนกรีตทุกเที่ยว ควรตรวจ 10 ข้อ

☐ ชื่อโครงการถูกต้อง
☐ สถานที่จัดส่งถูกต้อง
☐ วันที่และเวลาถูกต้อง
☐ หมายเลขรถตรงกับใบส่ง
☐ KSC ตรงกับแบบ/ใบสั่ง
☐ ประเภทคอนกรีตถูกต้อง
☐ ค่า Slump ตรงตามข้อกำหนด
☐ ปริมาณคอนกรีตถูกต้อง
☐ คุณสมบัติพิเศษตรงตามสเปก
☐ เลขที่ใบส่งถูกบันทึกไว้

หากตรวจครบทุกข้อก่อนเท จะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการรับคอนกรีตผิดสเปกได้อย่างมาก


ตัวอย่างการตรวจใบส่งคอนกรีต

สมมติว่าโครงการสั่งคอนกรีตสำหรับงานพื้น โดยระบุว่า

210 KSC / Slump ตามข้อกำหนด / ปริมาณ 6 คิว

เมื่อรถมาถึงหน้างาน ผู้ควบคุมงานควรตรวจว่า

KSC: 210 KSC ✓
ปริมาณ: 6 คิว ✓
ประเภท: ตรงกับที่สั่ง ✓
Slump: ตรงตามข้อกำหนด ✓
เวลาออกจากโรงงาน: ตรวจสอบ ✓
หมายเลขรถ: ตรงกับใบส่ง ✓

เมื่อข้อมูลสำคัญตรงกันแล้ว จึงดำเนินการตรวจสอบคุณภาพหน้างานตามขั้นตอนของโครงการก่อนเทต่อไป


ใครควรเป็นคนตรวจใบส่งคอนกรีต?

โดยทั่วไปควรกำหนดผู้รับผิดชอบตรวจรับคอนกรีตอย่างชัดเจน เช่น

  • วิศวกรสนาม
  • ผู้ควบคุมงาน
  • โฟร์แมน
  • ผู้รับเหมา
  • เจ้าของงานที่ได้รับมอบหมาย
  • เจ้าหน้าที่ QC

สำหรับงานโครงสร้างสำคัญ ควรให้ผู้มีหน้าที่ควบคุมงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบเป็นผู้ตรวจสอบตามข้อกำหนดของโครงการ

เจ้าของบ้านเองก็สามารถตรวจข้อมูลพื้นฐานบนใบส่งได้ เช่น KSC, ประเภทคอนกรีต, ปริมาณ, เวลา และหมายเลขรถ เพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่นำมาเทตรงกับที่สั่ง


ใบส่งคอนกรีตควรเก็บไว้นานแค่ไหน?

สำหรับงานก่อสร้างที่มีการควบคุมคุณภาพ ควรเก็บใบส่งคอนกรีตไว้เป็นเอกสารประกอบงานตามระบบเอกสารของโครงการ

เพราะในอนาคตอาจจำเป็นต้องใช้ตรวจสอบว่า

  • เทคอนกรีตส่วนใด
  • ใช้คอนกรีตอะไร
  • ใช้กี่คิว
  • มาจากรถคันไหน
  • ผลทดสอบเกี่ยวข้องกับใบส่งเลขใด
  • เทในวันและเวลาใด

การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบจึงช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายขึ้น


ใบส่งคอนกรีตสำคัญอย่างไรกับเจ้าของบ้าน?

เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลทางวิศวกรรมทุกช่อง แต่ควรตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานก่อนเทอย่างน้อย ได้แก่

1. KSC ตรงตามที่วิศวกรหรือผู้รับเหมากำหนดหรือไม่

2. ประเภทคอนกรีตตรงกับงานหรือไม่

3. ปริมาณคอนกรีตตรงกับที่สั่งหรือไม่

4. รถและใบส่งเป็นของโครงการหรือไม่

5. เวลาออกจากโรงงานและเวลาถึงหน้างานเหมาะสมหรือไม่

หากพบข้อมูลผิดปกติ ควรถามผู้รับเหมา วิศวกร หรือโรงงานคอนกรีตก่อนเริ่มเท


สรุป: ใบส่งคอนกรีตต้องดูอะไรบ้าง?

ใบส่งคอนกรีตเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยตรวจสอบว่าคอนกรีตที่มาถึงหน้างานตรงกับที่สั่งหรือไม่

ก่อนรับคอนกรีตเข้าหน้างาน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 10 จุด ได้แก่

  1. ชื่อโครงการและสถานที่จัดส่ง
  2. วันที่และเวลา
  3. กำลังอัด KSC
  4. ประเภทคอนกรีต
  5. ปริมาณคอนกรีต
  6. ค่า Slump
  7. คุณสมบัติพิเศษ
  8. หมายเลขรถโม่
  9. เลขที่ใบส่ง
  10. ความถูกต้องเมื่อเทียบกับใบสั่งและแบบก่อสร้าง

หัวใจสำคัญคือ อย่าดูเฉพาะว่า “มีรถโม่มาส่งครบหรือไม่” แต่ต้องตรวจว่าคอนกรีตที่ส่งมาตรงตามสเปกที่งานต้องการหรือไม่

เพราะคอนกรีตที่ดีไม่ได้หมายถึงเพียงคอนกรีตที่มาถึงหน้างาน แต่ต้องเป็น คอนกรีตที่ตรงสเปก ตรงปริมาณ และเหมาะกับงานที่กำลังจะเท

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ใบส่งคอนกรีตคืออะไร?

ใบส่งคอนกรีต หรือ Concrete Delivery Ticket คือเอกสารที่แสดงข้อมูลของคอนกรีตแต่ละเที่ยวที่จัดส่งจากโรงงานมายังหน้างาน เช่น KSC ปริมาณ เวลา หมายเลขรถ และประเภทคอนกรีต

ใบส่งคอนกรีตต้องดูอะไรเป็นอันดับแรก?

ควรเริ่มจากตรวจชื่อโครงการ ปริมาณ ประเภทคอนกรีต และกำลังอัด KSC ให้ตรงกับใบสั่งและแบบก่อสร้าง จากนั้นจึงตรวจเวลา รถโม่ Slump และข้อมูลอื่น ๆ

KSC บนใบส่งคอนกรีตคืออะไร?

KSC เป็นหน่วยที่ใช้ระบุกำลังอัดของคอนกรีต เช่น 180 KSC, 210 KSC และ 240 KSC การเลือกกำลังอัดควรเป็นไปตามแบบก่อสร้างหรือข้อกำหนดของวิศวกร

ถ้า KSC ในใบส่งไม่ตรงกับที่สั่งควรทำอย่างไร?

ควรหยุดการเทในส่วนที่เกี่ยวข้องและแจ้งผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรเพื่อพิจารณา พร้อมประสานโรงงานเพื่อยืนยันข้อมูลก่อนนำคอนกรีตไปใช้งาน

Slump บนใบส่งคอนกรีตสำคัญหรือไม่?

สำคัญ เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับค่าการยุบตัวและความสามารถในการเทของคอนกรีต แต่ค่า Slump ที่เหมาะสมต้องพิจารณาตามสูตรคอนกรีต วิธีการเท และข้อกำหนดของงาน

เจ้าของบ้านควรตรวจใบส่งคอนกรีตหรือไม่?

ควรตรวจข้อมูลพื้นฐาน เช่น KSC ประเภทคอนกรีต ปริมาณ หมายเลขรถ และเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าคอนกรีตที่มาถึงตรงกับที่สั่ง

TQC Concrete
🏅ได้รับการรับรองENDORSED BRAND by SCG
🏅ใช้ปูนผงSCG เป็นวัตถุดิบในการผลิต 💯%
🏅ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม มอก.213-2560
🏅SCGรับรองโรงงานยอดเยี่ยมภาคกลางประจำปี 2566 (Endorsed Top Score)

📌 TQC CONCRETE ปทุมธานี 

📌 TQC CONCRETE นนทบุรี

สอบถามติดต่อ 
กดเพิ่มเพื่อนLine @tqcconcrete
☎️ 0-2096-6579

#คอนกรีตปทุมธานี #คอนกรีตนนทบุรี #คอนกรีตราคาถูก #ปูนSCG #ลาดหลุมแก้ว #สามโคก #บางใหญ่ #บางบัวทอง #ไทรน้อย #รัตนาธิเบศร์ #ราชพฤกษ์ #ปทุม #พระราม5 #วัดลาดปลาดุก #คลองข่อย #เชียงราก #ปูนราคาถูก #คอนกรีต #SCG #ใช้ปูนSCG #คอนกรีตผสมเสร็จ #ปูนผสมเสร็จ